--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

              งานบริหารทรัพยากรบุคคลเดิมชื่องานการเจ้าหน้าที่และนิติการ เดิมเป็นหน่วยงานย่อยภายในสำนักงานอธิการบดี กำหนดฝ่าย/งานโดยสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ (เดิม) ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ (เดิม) ที่มีฐานะเป็นกรม แต่เนื่องจากกฎหมายด้านการบริหารงานบุคคลในขณะนั้นยังไม่ได้กระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลมากนัก งานบริหารบุคคลที่ดำเนินการส่วนใหญ่ จะเป็นลักษณะการให้ข้อมูล ต่าง ๆ  และเสนอความเห็นในการพิจารณาอนุมัติ ต่อสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ (เดิม) ซึ่งมีฐานะเป็นกรมต้นสังกัด

            ต่อมาวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗  กฎหมายดังกล่าวมีสาระบัญญัติให้มหาวิทยาลัยมีฐานะเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ในส่วนของการบริหารงานบุคคลเป็นการบริหารโดยคณะบุคคลที่เรียกว่า สภามหาวิทยาลัย และเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๗ มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน ในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ กฎหมายดังกล่าวมีสาระบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคล คือ ให้อำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค. กรม อ.ก.พ. กระทรวงหรือ อ.ก.พ. กรม เป็นอำนาจหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย และให้อำนาจหน้าที่ในการ สั่งบรรจุ และแต่งตั้งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ หรือเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู และกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนเป็นอำนาจหน้าที่ของอธิการบดี จากความเคลื่อนไหวที่กล่าวมาจะพบว่าในปัจจุบันหน่วยงานส่วนกลางได้กระจายอำนาจการบริหารให้มหาวิทยาลัยได้บริหารงานบุคคลโดยเบ็ดเสร็จอยู่หลายประการ เช่น งานบรรจุ แต่งตั้ง โอน ย้าย  เลื่อนตำแหน่ง และงานอื่น ๆ  ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารบุคคล  รวมทั้งงานสวัสดิการที่ส่งผลต่อขวัญกำลังใจต่อบุคลากรในสังกัด

              และต่อมาเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2559 ได้มีประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมเรื่อง การแบ่งส่วนราชการระดับงานในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม พ.ศ.2559 ได้เปลี่ยนชื่อจาก "งานการเจ้าหน้าที่และนิติการ" เป็น "งานบริหารทรัพยากรบุคคล"

                  งานบริหารทรัพยากรบุคคลในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาระหน้าที่และภารกิจไปตามกฎหมาย กฎระเบียบที่กำหนดขึ้นในปัจจุบัน  ซึ่งมีขอบข่ายงานที่มีภาพกว้างขึ้น ทั้งด้านปริมาณงาน และคุณภาพ   ของงาน  ฉะนั้นจึงเกิดภาวการณ์บริหารความเสี่ยง (Risk Management) อยู่ในโอกาสสูง การนำระบบการควบคุมภายในหน่วยงานเข้ามาปฏิบัติถือได้ว่าเป็นกระบวนการสำคัญที่จะช่วยตรวจสอบให้การปฏิบัติในฝ่ายการเจ้าหน้าที่มีมาตรการป้องกัน หรือลดความเสียหายความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และการดำเนินงานในหน่วยงานสามารถบรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

              งานบริหารทรัพยากรบุคคล เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ให้บริการด้านการพัฒนาข้าราชการและบุคลากรและให้การสนับสนุนในทุกด้าน รวมทั้งการทำงานของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานเครือข่ายด้านการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานและการใช้ทรัพยากรของมหาวิทยาลัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ประกอบกับ เพื่อให้การปฏิบัติงานในมหาวิทยาลัยเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และวิธีการปฏิบัติงานของทางราชการและมหาวิทยาลัย  เพื่อยกระดับการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การบริการกับหน่วยงาน และบุคลากรของงานบริหารทรัพยากรบุคคลที่ให้บริการทั้งใน ส่วนกลาง คณะศูนย์ สำนัก เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งให้ผู้รับบริการเกิดความพึงพอใจสูงสุดในการมาติดต่อประสานงานแต่ละครั้ง

          งานบริหารทรัพยากรบุคคลดำเนินการพัฒนาระบบการทำงานเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาบุคลากรในหน่วยงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ คุณภาพในงานและความพอใจของผู้รับบริการ ด้วยเป้าหมายดังกล่าว งานบริหารทรัพยากรบุคคลจึงต้องทำการปรับปรุงโครงสร้าง และภารกิจให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิรูประบบ การบริการงาน โดยมุ่งเน้นการบริหารงานที่รวดเร็ว คล่องตัว ทันสมัย นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อเกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ให้บริการเท่าเทียมเสมอภาคกันแก่ผู้ใช้บริการ นับแต่งานการเจ้าหน้าที่และนิติการได้ดำเนินการปฏิรูประบบงานให้บริการทางด้านการบริการที่ดี ที่ผ่านมายังเคยมีการศึกษาว่าการบริการดังกล่าวมีประสิทธิภาพเพียงใด จากการวัดความพึงพอใจของผู้มาใช้บริการด้านงานบริหารทรัพยากรบุคคล

               งานบริหารทรัพยากรบุคคลเป็นหน่วยงานที่ให้บริการใน ๕ หน่วยงานหลัก  คือ
                      ๑. หน่วยธุรการและสารบรรณ
                      ๒. หน่วยอัตรากำลัง สรรหา และบรรจุแต่งตั้ง
                      ๓. หน่วยงานทะเบียนประวัติและบำเหน็จความชอบ
                      ๔. หน่วยขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ
                      ๕. หน่วยพัฒนาบุคลากร

               จึงมีความจำเป็นต้องดูแลตรวจสอบบุคลากรให้ดำเนินตามบทบาทของมหาวิทยาลัยดังนี้|
                      ๑. สนับสนุน ส่งเสริม การบริหารงานบุคคลตามหลักธรรมมาบาล
                      ๒. สนับสนุน ส่งเสริม การพัฒนาบุคลากร เพื่อเพิ่มขีดสมรรถนะในการทำงาน
                      ๓. สนับสนุน ส่งเสริม ให้บุคลากรได้เลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น
                      ๔. พัฒนาบุคลากรให้อยู่ภายใต้กรอบวินัย และจรรยาบรรณวิชาชีพที่กำหนด
                      ๕. พัฒนาระบบฐานข้อมูลบุคลากรที่ถูกต้องสมบูรณ์เป็นปัจจุบัน สามารถนำไปใช้พัฒนา งานอื่นๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
                      ๖. สนับสนุน ส่งเสริม การบริหารจัดการเกี่ยวกับสวัสดิการด้านต่างๆ ของบุคลากร