Statistics Statistics
27295
Online User Online1
Today Today32
Yesterday Yesterday182
ThisMonth This Month5,420
LastMonth Last Month7,320
ThisYear This Year26,979
LastYear Last Year316

 

 

  ลงทะเบียนส่งผลงาน ผ่านระบบ Online Submission

     กำหนดส่งบทคัดย่อ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ - 30 เมษายน 2567  15 พฤษภาคม 2567 เพื่อพิจารณาสำหรับการนำเสนอในงาน การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 16 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ผู้ส่งผลงานจะต้องดำเนินการตามคำแนะนำรูปแบบ (Template) ที่งานประชุมวิชาการได้กำหนดไว้เท่านั้น

         บทความที่ส่งเข้าร่วมในงานการประชุมฯ จะต้องได้รับการพิจารณา บทคัดย่อ (Abstract) เพื่อพิจารณาตอบรับหรือปฏิเสธการนำเสนอผลงาน และเมื่อได้รับการพิจารณาตอบรับแล้วจึงจะสามารถส่งบทความฉบับเต็ม (Full paper) เพื่อให้ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการพิจารณากลั่นกรองและประเมินคุณภาพของบทความ (Peer review) ต่อไป

 

 

  บทคัดย่อ (Abstract) (ส่งตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. - 30 เม.ย. 2567 15 พ.ค. 2567)

Download แบบฟอร์มการจัดทำบทคัดย่อ (Template Abstract)
 
Download ไฟล์การเตรียมบทคัดย่อ

 

  บทความฉบับสมบูรณ์ (Full paper) (ส่งตั้งแต่วันที่ 8  - 31 พ.ค. 2567)

Download แบบฟอร์มการจัดทำบทความฉบับสมบูรณ์ (Template Full paper)
 
Download ไฟล์การเตรียมบทความฉบับสมบูรณ์
 
 

การเตรียมบทคัดย่อ

  1. ประเภทบทความที่รับผลงาน 

1.1 บทความวิจัยและบทความวิชาการ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
 
  2. การตั้งค่าหน้ากระดาษ (page setup)
2.1 พิมพ์แนวตั้ง (portrait) ขนาด A4 
2.2 ทุกด้านกระดาษให้มีระยะขอบ (margins) ด้านละ 1 นิ้วเท่ากันทั้งหมด 
2.3 ไม่ใส่เลขหน้าในบทความ 
2.4 จัดหน้าแบบ 1 คอลัมน์
2.5 บทคัดย่อผลงานภาษาไทย ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4 ไม่เกิน 300 คำ 
2.6 บทคัดย่อผลงานภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4 ไม่เกิน 300 คำ 
 
  3. รูปแบบตัวอักษร
3.1 แบบอักษร TH SarabunPSK ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
3.2 จัดชิดขอบซ้าย-ขวา แบบกระจายแบบไทย (Thai Distributed)
 
  4. รายละเอียดการเตรียมบทคัดย่อของแต่ละหัวข้อ 
 
4.1 ชื่อเรื่อง
- ใช้ตัวอักษรขนาด 18 point ตัวหนา , กำหนดจัดให้อยู่กึ่งกลางหน้า
 
4.2 ชื่อคณะผู้เขียน 
- ใช้ตัวอักษรขนาด 16 point  ตัวธรรมดา , กำหนดจัดให้อยู่กึ่งกลางหน้า
ใส่เครื่องหมายดอกจัน (*) และแบบตัวยก  หลังชื่อผู้เขียนหลัก (Corresponding Author) 
- ใส่หมายเลขระบุสังกัดผู้วิจัยหรือคณะผู้วิจัย
 
4.3 ชื่อหน่วยงานหรือสังกัดของผู้เขียน และ E-mail ผู้เขียนบทความหลัก (*)
ใช้ตัวอักษรขนาด 14 point ตัวธรรมดา, จัดให้อยู่กึ่งกลางหน้า 
ใส่หมายเลขระบุที่สังกัดผู้วิจัยหรือคณะผู้วิจัยด้านหน้าและแบบตัวยก
 
4.4 บทคัดย่อภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
ชื่อ “บทคัดย่อ” และ “Abstract” ขนาด 14 point ตัวหนา , กำหนดจัดให้อยู่กึ่งกลางหน้า
- ข้อความบทคัดย่อภาษาไทยและอังกฤษ ใช้อักษร TH SarabunPSK ขนาด 14 point ตัวธรรมดา กำหนดจัดให้อยู่กึ่งกลางหน้าแบบกระจายแบบไทย
 
4.5 คำสำคัญ
ชื่อ “คำสำคัญ” และ “Keywords” ใช้ตัวอักษรขนาด 14 point ตัวหนา , กำหนดจัดให้อยู่จัดชิดขอบหน้ากระดาษฝั่งซ้าย 
ข้อความเนื้อหาใช้ตัวอักษรขนาด 14 point ตัวธรรมดา จัดให้ชิดขอบหน้ากระดาษฝั่งซ้าย และจำนวนไม่เกิน 5 คำ 
ภาษาไทยไม่ต้องใส่สัญลักษณ์จุลภาค (,) คั่นกลางระหว่างคำ
ภาษาอังกฤษต้องใส่สัญลักษณ์จุลภาค (,) ระหว่างคำสำคัญแต่ละคำ และให้ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่
 
  5. การส่งบทความ
กำหนดส่งบทความผ่าน Website : https://dept.npru.ac.th/conference16/ และ โดยประกอบไปด้วยเอกสาร ดังนี้
• บทความ ในรูปแบบไฟล์ Word 1 ไฟล์
• บทความ ในรูปแบบไฟล์ PDF 1 ไฟล์
• บทความ ในรูปแบบไฟล์ PDF 1 ไฟล์ (ปิดข้อมูลรายละเอียดชื่อ-นามสกุล สังกัดและอีเมล์ ของคณะผู้เขียนบทความ)
 
 
 

การเตรียมบทความฉบับสมบูรณ์

 
  1. ประเภทบทความที่รับผลงาน 
1.1 บทความวิจัยและบทความวิชาการ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
 
  2. การตั้งค่าหน้ากระดาษ (page setup)
2.1 พิมพ์แนวตั้ง (portrait) ขนาด A4 
2.2 ทุกด้านกระดาษให้มีระยะขอบ (margins) ด้านละ 1 นิ้วเท่ากันทั้งหมด 
2.3 ไม่ใส่เลขหน้าในบทความ 
2.4 จัดหน้าแบบ 1 คอลัมน์
2.5 บทคัดย่อผลงานภาษาไทย ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4 ไม่เกิน 300 คำ 
2.6 บทคัดย่อผลงานภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4 ไม่เกิน 300 คำ 
 
  3. รูปแบบตัวอักษร
3.1 แบบอักษร TH SarabunPSK ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
3.2 จัดชิดขอบซ้าย-ขวา แบบกระจายแบบไทย (Thai Distributed)
 
  4. รายละเอียดการเตรียมบทคัดย่อของแต่ละหัวข้อ 
 
4.1 ชื่อเรื่อง
- ใช้ตัวอักษรขนาด 18 point ตัวหนา , กำหนดจัดให้อยู่กึ่งกลางหน้า
 
4.2 ชื่อคณะผู้เขียน 
- ใช้ตัวอักษรขนาด 16 point  ตัวธรรมดา , กำหนดจัดให้อยู่กึ่งกลางหน้า
ใส่เครื่องหมายดอกจัน (*) และแบบตัวยก  หลังชื่อผู้เขียนหลัก (Corresponding Author) 
- ใส่หมายเลขระบุสังกัดผู้วิจัยหรือคณะผู้วิจัย
 
4.3 ชื่อหน่วยงานหรือสังกัดของผู้เขียน และ E-mail ผู้เขียนบทความหลัก (*)
ใช้ตัวอักษรขนาด 14 point ตัวธรรมดา, จัดให้อยู่กึ่งกลางหน้า 
ใส่หมายเลขระบุที่สังกัดผู้วิจัยหรือคณะผู้วิจัยด้านหน้าและแบบตัวยก
 
4.4 บทคัดย่อภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
ชื่อ “บทคัดย่อ” และ “Abstract” ขนาด 14 point ตัวหนา , กำหนดจัดให้อยู่กึ่งกลางหน้า
- ข้อความบทคัดย่อภาษาไทยและอังกฤษ ใช้อักษร TH SarabunPSK ขนาด 14 point ตัวธรรมดา กำหนดจัดให้อยู่กึ่งกลางหน้าแบบกระจายแบบไทย
 
4.5 คำสำคัญ
ชื่อ “คำสำคัญ” และ “Keywords” ใช้ตัวอักษรขนาด 14 point ตัวหนา , กำหนดจัดให้อยู่จัดชิดขอบหน้ากระดาษฝั่งซ้าย 
ข้อความเนื้อหาใช้ตัวอักษรขนาด 14 point ตัวธรรมดา จัดให้ชิดขอบหน้ากระดาษฝั่งซ้าย และจำนวนไม่เกิน 5 คำ 
ภาษาไทยไม่ต้องใส่สัญลักษณ์จุลภาค (,) คั่นกลางระหว่างคำ
ภาษาอังกฤษต้องใส่สัญลักษณ์จุลภาค (,) ระหว่างคำสำคัญแต่ละคำ และให้ขึ้นต้นด้วยตัวพิมพ์ใหญ่
 
4.6 การพิมพ์เนื้อเรื่อง
- หัวเรื่องหลักใช้ตัวอักษรขนาด 14 point  ตัวหนา
- หัวเรื่องรองใช้ตัวอักษรขนาด 14 point  ตัวหนา
- เนื้อหาใช้ตัวอักษรขนาด 14 point  ตัวธรรมดา
 
4.7 การเว้นบรรทัด 
- เว้นบรรทัดหัวเรื่องหลักใช้ตัวอักษรขนาด 14 point 
- เว้นบรรทัดหัวเรื่องรองใช้ตัวอักษรขนาด 8 point 
 
4.8. การอ้างอิงแทรกในเนื้อหาบทความ
(การอ้างอิงในเนื้อหาบทความที่เป็นภาษาไทย จะต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด)
     4.8.1 การอ้างอิงในเนื้อหาบทความเป็นการอ้างอิงแทรกเข้าไปในเนื้อหาเพื่อบ่งบอกให้ทราบว่า ข้อความนั้นหรือเนื้อหาส่วนนั้น ได้มาจากการอ้างอิงหรือมีการกล่าวถึงในเอกสารหรือแหล่งที่มาใด การอ้างอิงในเนื้อหาบทความที่เป็นภาษาไทยจะต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด โดยรูปแบบการอ้างอิงในเนื้อหาบทความกำหนดให้ใช้แบบระบบตัวเลข (Number System) ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ตัวเลขแทนชื่อผู้เขียนเอกสาร โดยให้ใช้หมายเลขอ้างอิงในวงเล็กสี่เหลี่ยม [X] สามารถเขียนได้ 2 วิธีคือ 
วิธีที่ 1 ระบุชื่อผู้แต่งไว้ข้างหน้า และใส่วงเล็กสี่เหลี่ยม [X] ตามด้วยข้อความที่ถอดความ/สรุป หรือ อ้างมา เช่น 
Mana [1] .... 
Aneta and Ondrej [8] กล่าวถึง...
Estriegana et al.[12] กล่าวถึง...
วิธีที่ 2  อ้างอิงข้อความที่อ้างมาก่อน แล้วตามด้วยวงเล็บหมายเลขเอกสารกำกับ โดยไม่ต้องระบุผู้เขียน เช่น   
                 “กล้วยไม้ในสกุล Dendrobium เป็นหนึ่งในสกุลกล้วยไม้ที่ถูกค้นพบสายพันธุ์ถึง 1,100 ชนิด ซึ่งกระจายอยู่ในทวีปเอเชีย ยุโรป และออสเตรเลีย [1] ในประเทศไทยมีมากกว่า 150 ชนิด [2] กล้วยไม้เหล่านี้มีสารฟีนอล (phenol) ในโครงสร้าง ได้แก่ bibenzyl, phenanthrene และ fluorenone เป็นองค์ประกอบหลัก [3] การศึกษาทางเภสัชวิทยาแสดงให้เห็นว่าสารกลุ่มฟีนอล โดยเฉพาะ moscatilin มีฤทธิ์ทางชีวภาพที่หลากหลาย เช่น ฤทธิ์ต้านการอักเสบ (anti-inflammation) ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ฤทธิ์ต้านการเจริญของหลอดเลือด (anti-angiogenesis) [4-6]"  
4.8.2 การระบุหมายเลขกำกับของเอกสาร  
      4.8.2.1 ให้ใส่ตัวเลขตามลำดับของการอ้างอิงที่ปรากฏในเนื้อหาของบทความเรียงจากลำดับตั้งแต่เลข 1 เป็นต้นไป  [1]  ….. [X] โดยไม่พิจารณาว่าอักษรตัวแรกของผู้แต่งเป็นอักษรใด (ไม่ต้องเรียงตามตัวอักษร และไม่แยกภาษา)  
       4.8.2.2 กรณีที่มีการอ้างอิงซ้ำให้ใช้ตัวเลขเดิมที่เคยใช้อ้างอิงมาก่อนแล้ว  
       4.8.2.3 แหล่งที่อ้างอิงในเนื้อบทความทั้งหมดจะต้องไปปรากฏอยู่ในเอกสารอ้างอิง (References) ท้ายบทความ โดยเรียงตามลำดับหมายเลข และพิมพ์หมายเลขอยู่ในวงเล็บเหลี่ยม [X]  
       4.8.2.4 การอ้างอิงเอกสารหลายรายการในคราวเดียวกัน  
1) การอ้างอิงไม่เกิน 2 รายการให้ใส่หมายเลขของเอกสารที่อ้างอิงเรียงลำดับโดยใส่เครื่องหมายจุลภาค (,) คั่น เช่น [1, 2] หรือ [1, 5]  
2) การอ้างอิงมากกว่า 2 รายการและเป็นรายการที่ต่อเนื่องกันให้ใส่หมายเลขของเอกสารที่อ้างอิงเรียงตามลำดับและใส่เครื่องหมายยัติภังค์ (-) คั่น เช่น [1-3] หรือ [1-5]  
3) การอ้างอิงมากกว่า 2 รายการและเป็นรายการทั้งต่อเนื่องและไม่ต่อเนื่องกัน ให้ใส่หมายเลขของเอกสารที่อ้างอิงเรียงตามลำดับโดยใส่เครื่องหมายจุลภาค (,) คั่นในกรณีไม่ต่อเนื่อง และเครื่องหมายยัติภังค์ (-) คั่นในกรณีต่อเนื่อง เช่น [1, 4-5]  
     4.8.3 ไม่ให้เขียนอธิบายในเชิงอรรถ หากต้องการอธิบายเนื้อหาหรือคำเฉพาะใด ๆ ให้เขียนอธิบายในบทความเท่านั้น เพื่อให้บทความมีความเป็นมาตรฐานเดียวกัน และเพื่อให้เอกสารประกอบการประชุมมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย 
 
5.การเอกสารอ้างอิงท้ายบทความ (References) 
 
(การอ้างอิงเอกสารท้ายบทความที่เป็นภาษาไทย จะต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด) 
     5.1 กำหนดให้มีรายการเอกสารอ้างอิงมากกว่า 5 รายการ และมีความทันสมัยจัดพิมพ์ไม่เกิน 10 ปี ย้อนหลัง 
     5.2 การอ้างอิงท้ายบทความ ให้จัดเรียงตามลำดับเลขที่ผู้เขียนใช้อ้างอิงในเนื้อหาโดยจะมีหมายเลขลำดับของเอกสารอ้างอิงในวงเล็บสี่เหลี่ยม  
     5.3 รายการเอกสารอ้างอิงที่เป็นภาษาไทย จะต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดและใส่ (In Thai) ต่อท้ายเอกสารอ้างอิง 
     5.4 รูปแบบการเขียนเอกสารอ้างอิงแบบ APA 7 (American Psychological Association)  
 
6. หัวข้อของบทความ
     6.1 บทความวิจัย ประกอบด้วยเนื้อหาอย่างน้อย ดังนี้ บทคัดย่อ บทนำ วิธีวิจัย/วิธีการศึกษา (ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย เครื่องมือและการหาคุณภาพเครื่องมือ การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล) ผลการวิจัยและอภิปรายผล สรุปผล และเอกสารอ้างอิง
     6.2 บทความวิชาการ ประกอบด้วยเนื้อหาอย่างน้อย ดังนี้ บทคัดย่อ บทนำ การทบทวนและนำเสนอวรรณกรรม การวิเคราะห์ประเด็นตามหลักวิชาการ สรุปผลและแสดงทัศนะทางวิชาการ และเอกสารอ้างอิง 
 
7. การส่งบทความ
     กำหนดส่งบทความผ่าน Website Website : https://dept.npru.ac.th/conference16/ และ โดยประกอบไปด้วยเอกสาร ซึ่งประกอบด้วยเอกสาร ดังนี้
• บทความ ในรูปแบบไฟล์ Word 1 ไฟล์
• บทความ ในรูปแบบไฟล์ PDF 1 ไฟล์
• บทความ ในรูปแบบไฟล์ PDF 1 ไฟล์ (ปิดข้อมูลรายละเอียดชื่อ-นามสกุล สังกัดและอีเมล์ ของคณะผู้เขียนบทความ)
***หมายเหตุ กรุณาดูการเขียนบทความตามรูปแบบ (Template)***

  »» ตรวจสอบก่อนส่งผลงาน

1. บทความที่ส่งเข้าร่วมนำเสนอจะต้องเป็นเรื่องที่ไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ที่ใดมาก่อน
2. บทความที่ส่งเข้าร่วมเป็นบทความวิจัยและบทความวิชาการ
3. บทความต้องจัดทำตามแบบฟอร์ม Template และตรงตามรูปแบบที่งานประชุมวิชาการกำหนดไว้
4. บทความต้องไม่ซ้ำซ้อน หรือละเมิดลิขสิทธิ์จากผลงานของผู้อื่น