หลักการและเหตุผล   

           ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาพืชเกษตรหลักนครปฐม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาพืชเกษตรหลักที่เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดนครปฐม โดยการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์และเหมาะสมสำหรับการผลิตพืช เช่น ไม้ผล ข้าว ผักต่างๆ และพืชดอก ทั้งนี้เพื่อตอยสนองความต้องการหรือแก้ไขปัญหาทางการเกษตรในจังหวัดนครปฐม รวมถึงการแก้ปัญหาหารผลิตผลผลิตพืชในพื้นที่ให้มีคุณภาพและปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรนอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดเทตโนโลยีให้กลุ่มเกษตรกร ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในอาชีพของเกษตรกร และการอนุรักษ์สายพันธุ์พืชที่เป็นพืชถิ่นที่สำคัญอีกด้วย

          จังหวัดนครปฐมเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำท่าจีนบนที่รายลุ่มภาคกลาง ลักษณะพื้นที่เป็นพื้นที่ราบ ไม่มีป่าไม้และภูเขา สภาพเศรษฐกิจของจังหวัดนครปฐมมีทั้งภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม ข้อมูลแผนพัฒนาจังหวัดนครปฐม 4 ปี (2561-2564) โดยข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross Provincial Product: GPP) ณ ราคาประจําปี 2557 เท่ากับ 261,676 ล้านบาท มูลค่าเพิ่มขึ้นจากปี 2556 จํานวน 16,913 ล้านบาท สาขาที่มูลค่าสูงสุดและมีความสําคัญในการสร้างรายได้ให้กับจังหวัด 3 ลําดับแรก ได้แก่ สาขาอุตสาหกรรม จํานวน 152,251 ล้านบาท รองลงมาเป็นสาขาการขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน จํานวน 31,555 ล้านบาท และอันดับ 3 สาขาเกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ จํานวน 20,177 ล้านบาท มีพื้นที่เกษตรกรรมจํานวนทั้งสิ้น 730,261 ไร่ คิดเป็นประมาณร้อยละ 58.89 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด โดยมีพืชที่สำคัญได้แก่ ข้าว (ข้าวนาปี และข้าวนาปรัง) อ้อยโรงงาน ผลไม้ (มะพร้าวน้ำหอม ส้มโอ มะม่วง ฝรั่ง ชมพู่ มะนาว กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม ลำไย ฯลฯ) ผักต่างๆ เช่น  หน่อไม้ฝรั่ง กระเจี๊ยบ และไม้ดอกไม้ประดับ (กล้วยไม้ กุหลาบ มะลิ ดอกรัก บัวฉัตร ฯลฯ) ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอสามพราน นครชัยศรี พุทธมณฑล และบางเลน (แผนพัฒนาจังหวัดนครปฐม 2560; กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด สำนักงานจังหวัดนครปฐม : http://www.nakhonpathom.go.th) โดยจังหวัดนครปฐมมีส้มโอเป็นผลไม้ที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัด และสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามพื้นที่ปลูกส้มโอหลักของจังหวัดนครปฐมได้ประสบกับวิกฤตการณ์น้ำท่วมเมื่อ พ.ศ.2554 ส่งผลให้เกิดปัญหาในพื้นที่ตามมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาดินเสื่อมคุณภาพ ปัญหาโรคแมลง การใช้ยา สารเคมีและปุ๋ย ปัญหาคุณภาพของกิ่งพันธุ์ และปัญหาการอนุรักษ์/สืบทอดอาชีพ ซึ่งในช่วงตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาของกสนจัดตั้งศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาพืชเกษตรหลักนครปฐม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม (ปีงบประมาณ 2557-2559) นั้นศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาฯ ได้ดำเนินกิจกรรมวิจัยเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ที่ได้รับทราบโดยตรงจากเกษตรกร และจากองค์กรของรัฐที่เกี่ยวข้อง มาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง โดยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างนักวิจัยและเกษตรกร ซึ่งให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง และยังได้นำองค์ความรู้ที่เป็นผลมาจากการวิจัยไปถ่ายทอดแก่เกษตรกรผู้ปลูกส้มโออำเภอนครชัยศรี และสามพรานทราบ เพื่อพัฒนาการจัดการสวนส้มโอ นอกจากนี้ทีมคณะกรรมการศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาพืชเกษตรหลักนครปฐม ยังนำผลการวิจัยตีพิมพ์เผยแพร่ในงานประชุมวิชาการ/วารสารระดับชาติ และนานาชาติอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามการวิจัยเพื่อการพัฒนาการจัดการสวน การปรับปรุงคุณภาพดิน การพัฒนาผลผลิต กิ่งพันธุ์และในส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับส้มโอยังอยู่ในระหว่างดำเนินการอีกหลายด้สน ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาพืชเกษตรหลักนครปฐมจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการต่อเนื่อง ในระยะที่2

          นอกจากส้มโอแล้ว จังหวัดนครปฐมยังมีพืชเกษตรหลักชนิดอื่นๆ อีกหลายชนิด ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น ซึ่งแต่ละชนิด และแต่ละพื้นที่มีความต้องการแก้ปัญหา และการพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าการผลิตในการส่งขายทั้งในและต่างประเทศ การผลิตพืชเหล่านี้ยังคงเป็นการผลิตที่มีการใช้สารเคมีทางการเกษตร ทั้งปุ๋ยและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ซึ่งเป็นวิถีการผลิตที่มีการลงทุนสูงและก่อให้เกิดผลเสียต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร และส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์หรือใช้วิธีการควบคุมทางชีวภาพ (biological control) เป็นแนวการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดการผลิตพืชอย่างยั่งยืน มีความปลอดภัย และสามารถลดต้นทุนการผลิตได้  การดำเนินการส่งเสริมการผลิตพืชในแนวทางดังกล่าว ต้องการการวิจัยและการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีที่จำเป็นและเหมาะสมกับเกษตรกร เพื่อให้การผลิตพืชมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังเป็นไปตามโครงการพระราชดำริ รัฐบาล และจังหวัดนครปฐมอีกด้วย